krutul


อนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรีออล
เมื่อปี พ.ศ. 2524 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) ได้วางโครงร่างสำหรับการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซนในรูปสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เรียกว่า อนุสัญญาเวียนนาเพื่อการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซน
หลังจากการยอมรับอนุสัญญาเวียนนาได้เพียง 2 เดือน มีการค้นพบว่า ปริมาณโอโซนลดลงอย่างน่าวิกฤตจนเกิดเป็น “หลุมโอโซน” ที่บริเวณทวีปแอนตาร์คติค และได้ตั้งข้อสงสัยว่าสารซีเอฟซี (CFCs) อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดหลุมโอโซนดังกล่าว

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติจึงได้ดำเนินการให้มีการร่างข้อกำหนดและมาตรการเพื่อยับยั้งการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนภายใต้อนุสัญญาเวียนนา ซึ่งร่างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2530 ที่นครมอนทรีออล ประเทศแคนาดา และเรียกข้อกำหนดนี้ว่า พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ดังนั้นเพื่อให้เป็นการระลึกถึงพิธีสารฉบับนี้ องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้วันที่ 16 กันยายน ของทุกปีเป็นวันโอโซนสากล และขอความร่วมมือให้ประเทศภาคีสมาชิกจัดกิจกรรมอันเนื่องด้วยการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซน
ปี พ.ศ. 2550 ถือเป็นปีครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งพิธีสารมอนทรีออล ซึ่งพิธีสารฉบับนี้ ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นข้อตกลงแบบพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ความร่วมมือร่วมใจของประเทศภาคีสมาชิกในการปกป้องชั้นบรรยากาศโอโซนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามารถลดการปล่อยสาร CFCs ทั่วโลกได้ถึง 95% ปัจจุบันมีประเทศทั่วโลกให้สัตยาบันพิธีสารมอนทรีออลแล้วถึง 191 ประเทศ

พิธีสารมอนทรีออลกับการช่วยปกป้องมนุษยชาติ

พิธีสารมอนทรีออล กำหนดให้ประเทศภาคีสมาชิก ลดและเลิกการผลิตและการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยเป็นการลดในรูปแบบขั้นบันได เพื่อให้ไม่ให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลก หากไม่มีพิธีสารมอนทรีออลฉบับนี้ ชั้นบรรยากาศโอโซนที่คอยช่วยกรองรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกจะถูกทำลายลง โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติได้ประเมินไว้ว่า หากพิธีสารมอนทรีออลไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้น จำนวนคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งผิวหนังในอีก 40 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 19 ล้านคนทั่วโลก และ 130 ล้านคนจะเป็นโรคตาต้อกระจก แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวจะดูเหมือนค่อนข้างนาน แต่ด้วยการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรม สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนจะยิ่งถูกผลิตมากขึ้น และนำไปใช้ในปริมาณมาก ปฏิกิริยาการทำลายโอโซนก็จะยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้พิธีสารมอนทรีออลยังมีส่วนในการช่วยชะลอปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปอีก 10 ปี กล่าวคือ หากไม่มีพิธีสารดังกล่าว โลกจะเผชิญกับปัญหาการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศเร็วขึ้นอีก 10 ปี


ที่มา http://www.vcharkarn.com/vblog/32475/4

KM by LVC Learning Center © 2011

ทีมงานผู้พัฒนา
Generated 0.013289 sec.